www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
พาณิชย์เพิ่มพันธมิตรขยายเครือข่ายพัฒนาธุรกิจไทยเข้มแข็งรองรับเออีซี

พาณิชย์เพิ่มพันธมิตรขยายเครือข่ายพัฒนาธุรกิจไทยเข้มแข็งรองรับเออีซี เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัวในเชิงรุกสามารถก้าวล้ำหน้าสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจการค้า

กรุงเทพฯ 25 มิ.ย- นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมสร้างแนวทางการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัวในเชิงรุกสามารถก้าวล้ำหน้าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้า โดยให้สถาบันการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยและดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร จัดทำแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจในแต่ละด้าน และยกระดับคุณภาพมาตรฐานธุรกิจเป้าหมายแต่ละสาขาอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจไปยังสถาบันการศึกษาในส่วนภูมิภาคเพื่อเป็นแกนหลักในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจในแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินงานในรูปแบบของ DBD Academy ไปแล้ว 5 สาขา ประกอบด้วย Logistic ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี e-Commerce ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Franchise ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม Business Innovation ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และศูนย์ให้คำปรึกษาธุรกิจ ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการจัดทำองค์ความรู้ในการพัฒนาหลักสูตรและพัฒนาธุรกิจเป้าหมาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจไทยในระดับหนึ่ง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องขยายการดำเนินงาน DBD Academy ให้ครอบคลุมการพัฒนาธุรกิจในแต่ละด้าน และแต่ละสาขาเพื่อตอบสนองต่อโลกการค้ายุคเออีซีที่กำลังจะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้ ดังนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเร่งขยายเครือข่ายความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ จะขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอีก 4 แห่ง ใน 4 สาขาธุรกิจ ได้แก่ Cyber Learning Academy ร่วมกับ มหาวิทยาลัยรังสิต  Asian Trends Academy ร่วมกับสถาบันองค์ความรู้แห่งเอเชีย Marketing Case Academy ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล Branding Academy ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการให้กับผู้ประกอบการ โดยส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ตลอดจนสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่มีจำนวนกว่า 3 ล้านราย ซึ่งเป็นรากฐานที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในตลาดระดับสากล

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล