www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กรมธนารักษ์เร่งกษาปณ์หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ (25/6/2012)

กรมธนารักษ์เร่งกษาปณ์หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเมื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ออกสู่ระบบ จะถูกเก็บไว้ในมือประชาชนถึงร้อยละ 70 ผ่านการเก็บออม กรุงเทพฯ 24 มิ.ย.- นางทัศนีย์ พงษ์ละไม รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ด้านเหรียญกษาปณ์ กล่าวว่า

เพื่อให้เหรียญกษาปณ์ในปัจจุบันทั้งเหรียญ 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท เกิดการหมุนเวียนในระบบให้คล่องตัวมากขึ้น เพราะมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการชะลอการปรับราคาสินค้าไม่ให้สูงมากจนเกินไป เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเมื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ออกสู่ระบบ จะถูกเก็บไว้ในมือประชาชนถึงร้อยละ 70 ผ่านการเก็บออม การเก็บไว้โดยไม่ใช้จ่ายตามบ้านเรือน และหน่วยงานต่างๆ โดยถูกส่งกลับเข้ามายังโรงกษาปณ์เพียงร้อยละ 30

 

ดังนั้น เพื่อให้เหรียญเกิดการหมุนเวียนมากขึ้น กรมธนารักษ์จึงได้เตรียมให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการในการตั้งศูนย์กระจายเหรียญทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อทำหน้าที่ในการขนส่งและกระจายเหรียญไปยังส่วนต่าง ๆทดแทนการเพิ่มจำนวนข้าราชการเพิ่ม ด้วยการโอนงานไปให้เอกชนดำเนินการแทน ขณะนี้ส่งร่างทีโออาร์ให้สำนักงานกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว คาดว่าอีก 1-2 เดือน จะได้ข้อสรุปและสามารถเปิดประมูลได้ เบื้องต้นจะเปิดศูนย์เพิ่มในส่วนกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเอกชนเข้ามาดำเนินการเต็มรูปแบบ จะกลับด้านด้วยการดึงเหรียญกลับมายังโรงกษาปณ์ให้ได้จากร้อยละ 30 เพิ่มเป็นร้อยละ 50 ใน 2 ปีข้างหน้า และเพิ่มเป็นร้อยละ 70 ในช่วง 3-4 ปี

 

ที่ผ่านมากกรมธนารักษ์ผลิตเหรียญกษาปณ์ออกสู่ระบบประมาณ 1,800 ล้านเหรียญ โดยยังจ่ายแลกเหรียญเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ปกติ เพราะมีสตอกประมาณ 6-8 เดือน เพียงพอต่อความต้องการใช้เหรียญแต่ละชนิดราคา เช่น 10 บาท จำนวน 16 ล้านเหรียญต่อเดือน เหรียญ 5 บาท จำนวน 17 ล้านเหรียญต่อเดือน เหรียญ 2 บาท จำนวน 14 ล้านเหรียญต่อเดือน และ เหรียญ 1 บาท จำนวน 70 ล้านเหรียญต่อเดือน  เหรียญ 50 สตางค์ จำนวน 10 ล้านเหรียญต่อเดือน และ 25 สตางค์จ่ายแลกเดือนละ 12 ล้านเหรียญ โดยมีปริมาณเหรียญกษาปณ์สำรองเพียงพอที่จะจ่ายแลกให้ประชาชนและห้างร้านต่าง ๆ ได้จนถึงปี 2556

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล