กล่าวถึงการเพิ่มศักยภาพท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดระยองว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งขยายระบบการขนส่ง ขั้นที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าในอนาคต ด้วยการพัฒนาระบบรางจากท่าเรือคลองเตยมายังท่าเรือแหลมฉบัง และจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังจังหวัดฉะเชิงเทราให้เป็นรถไฟรางคู่ 6 ราง ให้สามารถรองรับรถไฟได้ 12 ขบวน ซึ่งจะเพิ่มการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากประมาณ 5.8 ล้านตู้ เป็น 12 ล้านตู้ต่อปี รวมทั้งขยายเส้นทางเข้า-ออก จากท่าเรือไปยังถนนสายหลัก การสร้างถนนเชื่อมระหว่างท่าเรือแหลมฉบังไปยังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดโดยตรง และสร้างส่วนต่อขยายทางยกกระดับจากทางยกระดับบูรพาวิถีมายังท่าเรือแหลมฉบัง ไปพัทยาและมาบตาพุด ซึ่งจะสามารถลดเวลาการเดินทาง และลดต้นทุนการขนส่งได้ร้อยละ 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับประเทศอื่น คาดว่าจะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภายในปี 2556
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย ไม่ส่งผลกระทบต่อท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากสินค้าเข้า-ออก ในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมถลุงเหล็กและถ่านหิน ส่วนท่าเรือแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการส่งออกสินค้ารถยนต์ และส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกของโลกเป็นหลัก ซึ่งการมีท่าเรือทวายเพิ่มขึ้นมา จะช่วยให้ไทยเสริมศักยภาพการขนส่งสินค้าไปทางตะวันตกของโลกได้อีกทางหนึ่ง ส่งผลให้ปริมาณสินค้านำเข้าและส่งออกของไทยมากขึ้นตามไปด้วย
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

