นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการเตรียมการรับผลกระทบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจประเทศในแถบยุโรป หลังเข้าร่วมการประชุมกับนายกรัฐมนตรีและผู้แทน 9 กระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ทำเนียบรัฐบาลว่า กระทรวงแรงงานเตรียมแผนรับมือผลกระทบวิกฤติที่จะเกิดขึ้นกับแรงงานไทย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มแรงงานในสถานประกอบการที่อาจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติโดยเฉพาะใน 10 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มยอดการส่งออกสินค้าไปประเทศแถบยุโรปลดลง พร้อมเฝ้าระวัง 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ คือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่มยานยนต์และกลุ่มสิ่งทอ โดยจะให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) สรุปข้อมูลภาพรวมว่าสถานประกอบการเหล่านี้อยู่ในจังหวัดใดบ้างภายในสัปดาห์ นี้
นพ.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า จากนั้นจะให้สำนักงานแรงงานจังหวัดลงไปสำรวจข้อมูลสถานการณ์การจ้างงานและ เลิกจ้างในสถานประกอบการเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสำนักงานประกันสังคมขณะนี้สถานการณ์การจ้างงานในประเทศยังถือว่า อยู่ในภาวะปกติโดยยังอยู่ในช่วงชะลอตัว จากเดิมที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1 ต่อเดือน ล่าสุดเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ร้อยละ 0.2 ลดลงไป 0.8
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่สองเป็นแรงงานไทยที่ทำงานในประเทศแถบยุโรปที่ปัจจุบันมีอยู่ 1,800 คน ส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง โดยเตรียมการมาตรช่วยเหลือแรงงานไทยกลุ่มนี้ หากถูกบริษัทเลิกจ้างและต้องเดินทางกลับไทย กระทรวงแรงงานจะช่วยดูแลในเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมรองรับ และกลุ่มที่สามเป็นแรงงานไทยที่กำลังจะเดินทางไปทำงานในประเทศแถบยุโรป เช่น แรงงานที่จะไปเก็บผลไม้เบอร์รีที่สวีเดนและฟินแลนด์ ประมาณ 7,000 คน หากไม่ได้เดินทางไป ก็จะหาตลาดงานใหม่ในประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นรองรับ
ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือแรงงานไทยทั้ง 3 กลุ่มนี้จะใช้รูปแบบเดียวกับในช่วงประสบวิกฤติน้ำท่วม เนื่องจากมองว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น เช่น การใช้แรงงานสัมพันธ์เข้าไปป้องกันการเลิกจ้าง โครงการป้องกันการเลิกจ้าง โดยรัฐช่วยจ่ายค่าจ้าง 2,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนให้เปลี่ยนที่ทำงานชั่วคราว การให้สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง หรือการขยายเวลาการลดเงินสมทบประกันสังคม โดยจะเร่งสรุปข้อมูลเสนอนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเป็นประธานการประชุมในสัปดาห์หน้า
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

