www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
พาณิชย์แนะผู้ส่งออกปรับตัวเข้ากับตลาดที่ถดถอยเร่งปรับปรุงสินค้าอาหารไทย (12/6/2012)

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด แนะผู้ส่งออกปรับตัว รับสถานการณ์เศรษฐกิจตลาดในยุโรปถดถอย กรุงเทพฯ 11 มิ.ย.- นายประคัลร์ กอดำรง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด กรมส่งเสริมการส่งออก

เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในสเปน ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ  4 ของสหภาพยุโรป (อียู) รองจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ว่า สเปนประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่า  สเปนจะกลับมาฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อใด ล่าสุดขอรับความช่วยเหลือด้านการเงิน ซึ่งในเบื้องต้นมีตัวเลขปรากฏอยู่ระหว่าง 6 หมื่น - 1 แสนล้านยูโร  แม้ว่าสเปนยังคงมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไทยมีสินค้าที่มีศักยภาพหลายรายการที่สามารถเข้าทำตลาดสเปนได้ ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตลาดแห่งนี้

 

“อุปสรรคสำคัญในการเข้าสู่ตลาดสเปนยังคงเป็นเรื่องภาษา ซึ่งภาคธุรกิจสเปนยังคงใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก และมีส่วนน้อยที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร รวมถึงสเปนเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ของอียู รองจากฝรั่งเศส และอิตาลี สเปนจึงมีความเข้มงวดการนำเข้าอาหารในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขอนามัย ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ส่งออกไทยหลายรายประสบปัญหาในการส่งออกสินค้ามายังสเปน” นายประคัลร์ กล่าว

 

ทั้งนี้ อาหารไทยยังคงเป็นที่รู้จักค่อนข้างน้อย จึงยังไม่มีสินค้าอาหารและส่วนประกอบในการทำอาหารไทยวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกหลักในสเปนมากนัก ขณะที่มีสินค้าอาหารไทยวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของชาวเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของคนจีน และยังคงมีจำนวนไม่มากนัก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดกิจกรรม หรือโครงการส่งเสริมสินค้าอาหารของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม การค้าระหว่างไทยกับสเปนในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปีนี้ มูลค่า 513 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(9,052 ล้านบาท) แบ่งเป็นการส่งออกคิดเป็นมูลค่า 293 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 35% นำเข้า 219 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 30% โดยสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ ยางพารา เครื่องนุ่งห่ม เครื่องปรับอากาศ และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้านำเข้า 5 อันดับแรก  เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และผลิตภัณฑ์โลหะ แม้ว่าภาพรวมตลาดอียูจะมีปัญหา แต่เชื่อว่าความต้องการกลุ่มสินค้าอาหารยังมีความต้องการอีกมาก ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยจะต้องปรับคุณภาพอาหารไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากลต่อไป

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล