รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า ภายหลังครม.ได้เห็นชอบประกาศกระทรวง เอาผิดผู้ผลิตเหล็กด้อยคุณภาพ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องผลิตเหล็กให้ได้มาตรฐาน ซึ่งกรมโรงงานฯ จะกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย
กรุงเทพฯ 10 มิ.ย.-ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง กำหนดชนิดวัตถุดิบที่จะนำมาใช้และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตในโรงงาน พ.ศ..... ตามมาตรา 31(1) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มีผลให้ผู้ประกอบการโรงงานเหล็กจะต้องผลิตเหล็กให้ได้ตามมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอำนาจในการกำกับดูแลรวมทั้งสามารถสั่งปิดโรงงานได้ ในกรณีที่โรงงานมีการผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวเป็นการดูแลปัญหาที่ต้นทาง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของอาคารบ้านเรือนและงานก่อสร้างในภาพรวมและจัดการเอาผิดกับต้นตอของการผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน โดยมีโทษถึงขั้นปิดโรงงาน จึงย้ำเตือนร้านจำหน่ายและโรงงานที่ผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานหยุดกระทำการดังกล่าวเสียแต่บัดนี้ ประเมินว่าต่อจากนี้การระบาดของเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานในธุรกิจก่อสร้างของไทยจะลดลง
ทั้งนี้ ก.อุตสาหกรรม ต้องการตัดวงจรอันตรายของแวดวงก่อสร้าง จากมาตรการตรวจยึดอายัดและทำลายอย่างจริงจังในช่วงที่ผ่านมาของ สมอ. ทำให้บรรดาร้านวัสดุก่อสร้างที่เคยขายเหล็กไม่ได้มาตรฐาน ไม่กล้านำมาจำหน่าย เนื่องจากโดนจับได้แล้วไม่คุ้ม เมื่อโรงงานไม่มี Demand การลักลอบผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานจึงน้อยลง นอกจากนี้ ประชาชนที่เป็นเจ้าของอาคารบ้านเรือน เริ่มรู้แล้วว่ามีเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานขายอยู่ในตลาด และผู้รับเหมารายย่อยบางส่วนเลือกซื้อเหล็กเบา เพราะต้องการกำไรจากส่วนต่าง ตอนนี้ประชาชนที่สร้างหรือต่อเติมบ้านได้เลือกซื้อเหล็กด้วยตัวเองกับผู้รับเหมาด้วย
“ส่วนกรณีเหล็กเส้นของกลางที่ยึดอายัดไว้สูญหายในพื้นที่ จ.ปทุมธานี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินคดีกับเจ้าของพื้นที่ที่เก็บของกลาง ซึ่งมีโทษเป็นคดีอาญา กระทรวงอุตสาหกรรมโดย สมอ.ได้แจ้งความไว้แล้ว” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

