พลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงนโยบายและทิศทางการพัฒนารถไฟไทย ในงานสัมมนา "ก้าวสู่ทศวรรษใหม่การรถไฟไทย" ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา รองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ว่า ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบรางของรถไฟไทยระยะทางกว่า 4,044 กิโลเมตร ให้มีความปลอดภัย ขณะนี้ได้ปรับปรุงเปลี่ยนราง และหมอนไม้เป็นคอนกรีตแล้วกว่าร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือจะเสร็จสิ้นในปี 2557 ขณะเดียวกัน จะพัฒนารถไฟความเร็วสูงควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะผลักดันให้รถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ในเส้นทางระยะสั้นภายใน 3 ปี ล่าสุดจีนได้ร่วมสำรวจเส้นทางก่อสร้างเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย และการขยายเส้นทางจากสถานีบางไผ่ จ.ขอนแก่น ไปจังหวัดนครพนม เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย และสุราษฎรธานี-ภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่จะจัดซื้อหัวรถจักรใหม่อีก 70 หัว และซ่อมแซมหัวรถจักรเก่าอีก 56 หัว ให้พร้อมใช้งาน และจัดหาตู้โดยสารใหม่อีกกว่า 300 ตู้ รวมถึงการขยายเส้นทางโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ จากสถานีพญาไท ไปท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร และจัดซื้อขบวนรถแอร์พอร์ต เรลลิงค์ เพิ่มอีก 7 ขบวน ๆ ละ 5 ตู้ งบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท และในอนาคต ร.ฟ.ท.จะประกอบขบวนรถใช้งานเอง โดยก่อสร้างโรงงานประกอบขบวนรถ
ทั้งนี้ยอมรับว่าปัจจุบันปัญหาใหญ่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เกิดจากการขาดแคลนบุคคลากร และความไม่พร้อมของบุคลากร จึงได้เร่งรัดให้ ร.ฟท.พิจารณาบรรจุบุคลากรเพิ่มเติม หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติกรอบการจ้างพนักงานการรถไฟกว่า 2,400 อัตรา ในสาขาต่างๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฝึกอบกรม และจากนี้ไปจะนำหลักสูตรวิชาการบริหารบุคคลมาพัฒนาบุคลากรของการรถไฟ
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

