www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
พาณิชย์นัด 15 สมาคมประเมินภาพรวมส่งออกพร้อมปรับกลยุทธ์ดันส่งออกโตร้อยละ 15 (28/5/2012)

กรุงเทพฯ 27 พ.ค. - กรมส่งเสริมการส่งออก ก.พาณิชย์ นัดหารือ 15 สมาคม เพื่อประเมินสถานการณ์ภาพรวมการส่งออกของไทยในตลาดทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์ดันส่งออกโตร้อยละ 15

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พ.ค. กรมส่งเสริมการส่งออก จะประชุมหารือร่วมกับ 15 สมาคม และตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าส่งออกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และทูตพาณิชย์ 65 แห่งทั่วโลก เพื่อประเมินสถานการณ์ภาพรวมการส่งออกของไทยในตลาดทั่วโลก และเพิ่มประสิทธิภาพจัดหาวัตถุดิบนำเข้าใหม่ๆ เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยให้ได้ตามเป้าหมายขยายตัวร้อยละ 15 หรือคิดเป็นมูลค่า 263,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่การส่งออกของไทยในภาพรวมไตรมาสแรกติดลบร้อยละ 3.92 และคาดว่าในไตรมาสที่ 2 จะเริ่มกลับมาเป็นบวกได้

อย่างไรก็ตาม การประชุมร่วมในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ภาคอุตสาหกรรมเกษตร ประมงและปศุสัตว์ สินค้าแฟชั่น และภาคอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์ โอท็อป อุตสาหกรรมหนัก และสินค้าทั่วไป โดยกรมฯ จะนำเสนอภาพรวม กลยุทธ์ แผนงานและกิจกรรมของปีนี้ ก่อนจะให้ทูตพาณิชย์รายงานสถานการณ์ที่สำคัญ และให้ภาคเอกชนประเมิน วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และจากการสอบถามภาคเอกชนและทูตพาณิชย์ในเบื้องต้น ยังสามารถผลักดันการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมาย หรือขยายตัวร้อยละ 15 ได้ แต่จะต้องร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมอย่างเข้มข้นมากขึ้น เช่น การให้ความสำคัญกับผู้ซื้อด้วยความจริงใจแบบไทย การวิเคราะห์วิจัยความต้องการสินค้าตลาด การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่น่าสนใจ การหาตลาดใหม่ เช่น การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกในแหล่งท่องเที่ยว การเจาะตลาดใหม่ในตลาดเดิม เช่น กลุ่มเชื้อชาติอื่นในประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น จีน เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา เป็นต้น

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์จะรายงานสถานการณ์ในแต่ละประเทศและภูมิภาคในครึ่งปีแรก และแนวโน้มครึ่งปีหลังของปี 2555 เพื่อให้เอกชนได้รับรู้ถึงภาวะเศรษฐกิจ ประเด็นต่างๆ ที่มีผลกระทบ และโอกาสต่อการค้าล่าสุด เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ในยุโรป ราคาน้ำมัน หรือค่าเงินผันผวน เป็นต้น

ส่วนกรณีประเทศกรีซที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในราวกลางเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าภายหลังการเลือกตั้งจะทำให้สถานการณ์ในยุโรปชัดเจนขึ้นว่าจะดำเนินนโยบายไปในทิศทางใด แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า ยุโรปจะไม่ปล่อยให้กรีซออกจากภาคสมาชิก เนื่องจากจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้สถานการณ์การเงินของเศรษฐกิจโลกมีสภาพคล่องลดลง และทำลายความน่าเชื่อถือของระบบการเงินการคลังของยูโรโซน ซึ่งช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ของปี 2555 ไทยส่งออกไปกรีซมีสัดส่วนร้อยละ 0.07 ของการส่งออกภาพรวมเท่านั้น

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล