www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
คปภ.เร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยจากเหตุเพลิงไหม้นิคมฯ มาบตาพุด (9/5/2012)

สำนักงาน คปภ.ประสานให้บริษัทที่ร่วมรับประกันภัย เร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยจากเหตุเพลิงไหม้นิคมฯ มาบตาพุด

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตยางสังเคราะห์บริษัท บีเอสที อีสาสโตเมอร์ส จำกัด ตั้งอยู่ถนนไอ 8 ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บ 141 ราย ทางสำนักงาน คปภ.ได้เร่งติดตามข้อมูลการทำประกันภัยของบริษัทดังกล่าว พบว่าบริษัทอยู่ในเครือของบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด ซึ่งได้ทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงภัย ทุกประเภท จำนวนเอาประกันภัยรวมทั้งสิ้น 18,971,185,950 บาท กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ความคุ้มครอง 60% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ความคุ้มครอง 40% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยแยกรายละเอียดของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยได้ดังนี้ ตัวอาคารและอื่นๆ จำนวนเงินเอาประกันภัย 10,238,683,400 บาท สตอกสินค้า จำนวนเงินเอาประกันภัย 2,192,808,450 บาท ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก 6,539,694,100 บาท

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ.ได้ประสานให้บริษัทที่ร่วมรับประกันภัย สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้เอาประกันภัยเป็นการ ด่วน ในเบื้องต้นบริษัทที่รับประกันภัยได้ประสานไปยังบริษัท คันนิ่งแฮม ลินด์ซี่ (ไทยแลนด์)จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประเมินเข้าสำรวจ ความเสียหายแล้ว ส่วนกรณีของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อยู่ระหว่างประสานและตรวจสอบการทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลของพนักงาน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเป็นลำดับต่อไป

 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่าการทำประกันภัยไว้จะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ เอาประกันภัยได้ โดยจะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยทรัพย์สิน ดังนั้น หากประชาชนหรือผู้ประกอบการที่ต้องการทำประกันภัย ขอให้พิจารณาเลือกซื้อความคุ้มครองของการประกันภัยแต่ละประเภทให้เหมาะสมตรง กับความต้องการและความเสี่ยงภัย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด หากประชาชนมีข้อสงสัย ต้องการปรึกษาปัญหาและขอความช่วยเหลือด้านการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงาน คปภ.ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล