รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า อัตราค่าจ้างดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล ในการคุ้มครองดูแลทั้งลูกจ้างและนายจ้างให้ได้รับประโยชน์และเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เมื่อแรงงานใหม่เข้าสู่ระบบการผลิต หากเป็นแรงงานที่ไร้ฝีมือ ก็จะได้รับการคุ้มครองตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเมื่อทำงานไปช่วงหนึ่งแล้ว สามารถพัฒนาตนเอง เมื่อผ่านการทดสอบตามระดับทักษะฝีมือดังกล่าว ก็จะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ลูกจ้าง และนำไปสู่การผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ ทำให้เกิดการยอมรับแรงงานฝีมือของไทย ส่งผลให้ต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุน ตลอดจนการส่งออกมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเจริญเติบโตต่อไป
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล
กระทรวงแรงงานส่งเสริมลูกจ้างพัฒนาฝีมือแรงงานและเพิ่มค่าจ้าง
กระทรวงแรงงานส่งเสริมลูกจ้างพัฒนาฝีมือแรงงานและเพิ่มค่าจ้าง ประกาศใช้อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 22 สาขาอาชีพ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนาการส่งเสริมอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 22 สาขาอาชีพ ระดับภาค ณ โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทั้งนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการค่าจ้างได้ออกประกาศเรื่องอัตราค่าจ้างตาม มาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 22 สาขาอาชีพ โดยฉบับแรกมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2554 และฉบับที่ 2 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป โดยมีอัตราค่าจ้างต่ำสุด 250 บาทและสูงสุด 690 บาทต่อวัน

