วันนี้ (30 พ.ย.54) ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก้ จากประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และ อิตาลี 4 คน ลงพื้นที่สำรวจสภาพความเสียหายโบราณสถานป้อมเพชร ภายในเขตเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การยูเนสโกแต่ละคนจะทำการสำรวจความเสียหายก่อนที่จะเสนอแนวทางการบูรณะ ซ่อมแซมฟื้นฟู ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการด้านโบราณสถานและทางวิทยาศาสตร์ โดยจะวางแนวทางการบูรณะ ซ่อมแซม และป้องกันโบราณสถานให้เกิดความมั่นคงทนต่อสภาพต่างๆ โดยเฉพาะกับปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งจะมีการหาข้อสรุปในวันศุกร์นี้ ที่ห้องประชุมกรมศิลปากร
นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สิ่งที่กรมศิลปากรเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้ คือ ความชื้นของน้ำที่ท่วมขังจนทำให้เกิดปัญหาเชื้อราที่จะทำลายโบราณสถานและจิตรกรรมบนฝาผนัง ซึ่งต้องรอให้น้ำลดลงมากกว่านี้ก่อน จึงจะสำรวจความเสียหายได้ ทั้งนี้เฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา มีโบราณสถาน และวัดสำคัญถูกน้ำท่วมมากกว่า 130 แห่ง จึงต้องใช้งบประมาณมากกว่า 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่จากยูเนสโก้ เดินทางลงมาสำรวจความเสียหายในวันนี้ ได้มีการรวบรวมเสนอขอรับงบสนับสนุน และทางยูเนสโก้ตอบรับในการสนับสนุนงบประมาณบูรณะฟื้นฟูเบื้องต้น 72,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.16 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ ยูเนสโก้ จะนำข้อมูลทั้งหมดไปพิจารณาอีกครั้ง หากรัฐบาลไทยต้องการขอรับงบสนับสนุนเพิ่มเติม
สำหรับในปีหน้า กรมศิลปากร จะต้องนำสภาพความเสียหายของโบราณสถานสำคัญที่อยู่ในเขตเมืองมรดกโลก และที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ซึ่งถูกน้ำท่วมอย่างหนักในปีนี้ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปรายงานต่อคณะกรรมการฯ ซึ่งจะประชุมกันที่ออสเตรเลีย และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก้ว่า โบราณสถานแห่งใดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จะอยู่ในภาวะเสี่ยงจากการถูกจับตาเป็นพิเศษเพราะเหตุน้ำท่วม และต้องบูรณะโดยเร็ว ซึ่งหากมีการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะต้องเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

