ร่วมกันแถลงข่าว “มหกรรมปี่ภาคใต้ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชาของแผ่นดิน” ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคม 2554 ณ บริเวณสนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา
ผศ.ดร.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดเผยว่า เนื่องด้วยปี 2554 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาจึงร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ปี 2554 โดยใช้ชื่องานว่า “มหกรรมปี่ภาคใต้ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชาของแผ่นดิน” เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งร่วมยกย่องเชิดชูให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศไทยและนานาชาติ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นภูมิปัญญาไทย และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนเพื่อประกาศเกียรติคุณ แด่ “ครูควน ทวนยก” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) พ.ศ. 2553 ในฐานะครูปี่ต้นแบบของภาคใต้ และเป็นการสร้างองค์กรเครือข่าย “ปี่ภาคใต้” อีกทางหนึ่งด้วย
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า งานวัฒนธรรมสัมพันธ์ในปีนี้มีกิจกรรมที่โดดเด่นแตกต่างจากปีก่อนๆ คือ การจัดสัมมนามหกรรมปี่ภาคใต้เฉลิมพระเกียรติฯ การประกวดปี่ระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปี เพื่อค้นหาคลื่นลูกใหม่ของวงการปี่ นอกจากนี้ยังมีการสืบสานวัฒนธรรมถิ่นใต้ อาทิ การแสดงมโนราห์ การแสดงหนังตะลุง การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค การแสดงต่างประเทศ การจำลองวิถีชีวิตของคนไทยเมื่อครั้งอดีต การสักการะทวดช้าง และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย ทั้งนี้ จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 สิงหาคม 2554 นอกจากนี้ในวันที่ 26-27 สิงหาคม 2554 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสงขลาและคณะสงฆ์ไทยในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ จัดเทศน์มหาชาติทรงเครื่อง ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ โดยจะนำเงินอนุโมทนาบุญติดกัณฑ์เทศน์ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบมูลนิธิชัยพัฒนาด้วย
สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการสาธิตการเป่าปี่โดย “ครูควน ทวนยก” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) พ.ศ. 2553 และการแสดงระบำบาติกจากนักศึกษาโปรแกรมวิชานาฏศิลป์และการละคร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยมีผู้เข้าร่วมการแถลงข่าวกว่า 70 คน จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงานได้ในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ให้คงอยู่สืบไป
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

