ทุกคนปลาบปลื้ม และยึดถือแนวทางในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลักในการดำเนินชีวิต นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นำบุคคลและทายาทในภาพ 9 คน จากกิจกรรมตามหา “ศิลปินพื้นบ้าน ในแผ่นดินของเรา” งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 เปิดตัวพร้อมกัน และให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจที่ได้ถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ ได้แก่ ภาพที่ 1 ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา) ภาพที่ 2 นายกวี อังศวานนท์ ภาพที่ 3 นางจันทนา ทรงศรี ภาพที่ 4 นายปร้าจือ แซ่ย่าง ภาพที่ 5 นางศิวลี สุขวรรณะ ภาพที่ 6 นายสมศักดิ์ คงจิตรค้า ภาพที่ 7 ม.ร.ว.จีริสุดา วุฒิไกร (สกุลเดิม กิติยากร) ภาพที่ 8 นายเยี่ยม ห่อวโนทยาน และภาพที่ 9 ม.ล.ประพันธ์ สนิทวงศ์
นางละม่อม ชัยฤกษ์ อายุ 72 ปี บุตรสาวขุนอุปถัมภ์นรากร กล่าวว่า หากขุนอุปถัมภ์นรากร ซึ่งเป็นพ่อ ยังมีชีวิตอยู่ คงจะดีใจมาก ๆ พ่อเคยเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าชีวิตองค์นี้ ทรงมีความเมตตา และไม่มีอะไรที่จะมาขีดคั่นความสนิทของพระองค์กับประชาชน
ขณะที่นายกวี บุคคลในภาพที่ 2 กล่าวว่า ภาพที่ 2 ซึ่งเป็นภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรีร่วมกับวง อ.ส.วันศุกร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2511 การเสด็จฯ ไปทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัย เพื่อสมทบทุนกองทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เป็นทุนเล่าเรียนหลวงกลับสู่นักศึกษาเพื่อนำไปใช้เรียนต่อโดยไม่ต้องกลับมาใช้คืนทุน รู้สึกประทับใจที่สุดกับพระเมตตาที่ทรงมีให้กับทุกคน
ด้านนางจันทนา บุคคลในภาพที่ 3 กล่าวว่า ภาพดังกล่าวเป็นการแสดงโขนนางลอย ถวายในโอกาสสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระราชินีแห่งอิหร่าน เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรู้สึกประทับใจมากกับเรื่องที่ทรงสั่งสอนให้ทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน
นายอาสา เลิศชัยสหกุล อายุ 47 ปี หลานนายปร้าจือ บุคคลในภาพที่ 4 มาพร้อมกับชาวม้ง ทายาทผู้อยู่ในเหตุการณ์ในภาพ กล่าวว่า พิธีผูกขวัญข้อพระกร จะให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านม้งมาร่วมพิธี ซึ่งขณะนั้นตนและเพื่อนเป็นเด็กอยู่ในเหตุการณ์ด้วย และพ่อ ๆ ของพวกเราต่างก็บอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้รักษาป่า รักษาน้ำ และพระองค์ยังพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืช และกาแฟอาราบิก้า มาให้กับชาวเขาได้ปลูกแทนฝิ่น
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นางศิวลี อายุ 66 ปี บุคคลในภาพที่ 5 ได้รำเซิ้งในชุดที่เคยรำถวาย พร้อมกล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความปลาบปลื้มใจมากทั้งกับตนเองและครอบครัว โดยได้เก็บรวบรวมรูปถ่ายและยังจดจำเหตุการณ์ในวันดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
ด้านนายสมศักดิ์ บุคคลในภาพที่ 6 ขณะนั้นอายุ 14 ปี แต่ปัจจุบันอายุ 49 ปี เล่าถึงเหตุการณ์วันดังกล่าวที่ได้เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนเรื่องการทำจักสานให้ด้วย
ม.ร.ว.จีริสุดา บุคคลในภาพที่ 7 กล่าวว่า ภาพดังกล่าวได้ร่วมแสดงละครเรื่อง “ฉัตรแก้ว” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งภายหลังเหตุการณ์วันนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ได้เข้าไปถวายงานในด้านอื่น ๆ จนถึงปัจจุบัน
ด้านนายเยี่ยม บุคคลในภาพที่ 8 กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดในครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรงานประติมากรรมโรงเรียนเพาะช่าง และได้ทอดพระเนตรผลงานของตน ซึ่งตนยังจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเก็บภาพความประทับใจไว้ตลอดเวลา
ขณะที่ พล.ต.อ.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บุตรชาย ม.ล.ประพันธ์บุคคลในภาพที่ 9 กล่าวว่า ม.ล.ประพันธ์ เล่าเสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี ทรงสอนเรื่องเสียง และทรงเติมดนตรีในหัวใจคนไทย
ทั้งนี้ ในการแถลงข่าว รมว.วัฒนธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม บุคคลในภาพและทายาทยังได้ร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” โดย พล.ต.อ.อิสระพันธ์ เป็นผู้เล่นกีตาร์ร้องนำ จากนั้นยังได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” ปิดท้ายการแถลงข่าวด้วย
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล

