นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา ในปี 2553 นี้ รัฐบาลโดยคณะอนุกรรมการจัดงานศาสนพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ได้มอบหมายให้กรมการศาสนา วธ. จัดพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และมีโอกาสได้ร่วมกันบำเพ็ญบุญถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสศึกษาอบรมตามหลักธรรมคำสอน ทางพระพุทธศาสนา และน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ด้าน นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การจัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันปฏิบัติธรรม บำเพ็ญจิตภาวนาถวายพระราชกุศล โดยจะดำเนินการเปิดรับสมัครประชาชนทั่วไป รวมถึงข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะสามารถลาอุปสมบทได้ 15 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา และยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ โดย ศน.ได้กำหนดจัดอุปสมบททุกจังหวัดทั่วประเทศ ในส่วนกลางจัด 9 วัด ได้แก่ วัดเทพนารี วัดสระเกศ วัดยานนาวา วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดปากบ่อ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชาธิวาส วัดพิชยญาติการาม วัดปุรณาวาส มีผู้อุปสมบทวัดละ 84 รูป รวม 756 รูป ในส่วนภูมิภาคได้ขอความอนุเคราะห์เจ้าคณะจังหวัด ผู้ว่าราชการ จังหวัด และสำนักวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมดำเนินการและพิจารณากำหนดสถานที่ในการจัดอุปสมบทจังหวัดละ 84 รูป รวมผู้อุปสมบททั่วประเทศ จำนวน 7,056 รูป โดยจัดพิธีอุปสมบท ในวันที่ 1 ธันวาคม 2553 และลาสิกขาในวันที่ 15 ธันวาคม 2553
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก
“ผู้อุปสมบทเป็นพระภิกษุจะได้รับการอบรมถวายความรู้วิชาการทางพระพุทธศาสนา ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และได้ร่วมปฏิบัติธรรมบำเพ็ญจิตภาวนาถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกวันจนสิ้นสุดโครงการ และจะได้รับวุฒิบัตรจากกรมการศาสนาเมื่อสิ้นสุดการอบรมแล้ว สำหรับผู้สนใจยังสามารถสมัครอุปสมบทร่วมในโครงการดังกล่าว ณ วัดที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน หรือโดยความสะดวกของแต่ละจังหวัด หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่กรมการศาสนา โทร. 0-2422-8781, 0-2422-8787” อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว

