กระทรวงยุติธรรม บำเพ็ญกุศล อุทิศถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
วันพฤหัสบดีที่ 01 พฤษภาคม 2008
๒๖ - ๒๗ เม.ย. นี้ เชิญเที่ยวงานกระทรวงยุติธรรมพบประชาชน สัญจรสู่จังหวัดปทุมธานี
วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2008
ยธ. เตรียมความพร้อมงบฯ ปี ๕๒
วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2008
ก.ยุติธรรม เตรียมความพร้อม เทียบเชิญสำนักงบฯ ชี้แนะแนวทางการจัดทำงบประมาณปี ๒๕๕๒ เดินตามแนวนโยบายกระทรวงฯ สอดรับนโยบายรัฐบาล เน้นแก้ไขปัญหายาเสพติด ความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ พัฒนากฎหมาย ระบบงานยุติธรรม เพื่อสร้างความสมานฉันท์และสันติวัฒนธรรมในสังคมไทย
เมื่อวันพุธที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๑ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมการหารือร่วมในการเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยมีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงบประมาณร่วมประชุม ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๘ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
รมว.ยุติธรรม ย้ำแนวทางการจัดทำงบประมาณฯ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ แก่ผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมให้คำนึงถึงนโยบายสำคัญของกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ได้แก่
๑. การแก้ปัญหายาเสพติด โดยยึดหลัก “ผู้เสพคือผู้ป่วยต้องได้รับการรักษา ส่วนผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม” พร้อมทั้งป้องกันเด็ก เยาวชนและกลุ่มเสี่ยง และเร่งแก้ไขปัญหายาเพสติดในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
๒. การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ โดยเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินกระบวนการยุติธรรม คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พัฒนาศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ พัฒนากฎหมายและระบบบริหารงานยุติธรรมที่สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ วิถีชีวิตและวัฒนธรรม
๓. สร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยและสันติวัฒนธรรมในสังคมไทย ด้วยการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมสันติวิธีในการป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อพิพาท พัฒนากลไกและระบบการเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
๔.พัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรมของประเทศให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และเร่งการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
๕. เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสร้างความร่วมมือของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
๖.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและการทุจริตภาครัฐ
๗. พัฒนากระบวนการยุติธรรมทางเลือก ด้านยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และยุติธรรมชุมชน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลักษณะหุ้นส่วน
๘.การพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์
๙. พัฒนาระบบและวิธีการปฏิบัติในการแก้ไขฟื้นฟู้ผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็กเยาวชน และผู้ใหญ่ให้มีความหลากหลายและเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมาย
๑๐.เสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการ พัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมและการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
นายบัณฑูร สุภัควณิช รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ได้ชี้แนะแนวทางในการจัดทำงบฯ ๒๕๕๒ ว่า ขอให้กระทรวงยุติธรรมได้ทบทวนภารกิจ การดำเนินงานตามที่ได้จัดคำของบประมาณในเบื้องต้นไปแล้ว โดยแบ่งเป็น ๑) ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ เกี่ยวกับเงินเดือน ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ๒) การดำเนินงานที่ส่วนราชการก่อหนี้ผูกพัน ค่าครุภัณฑ์ ค่าเช่า การจ้างเหมาก่อสร้างว่าการดำเนินการปีที่ผ่านมาเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างไรสามารถนำเบิกจ่ายในปีต่อไปได้หรือไม่ ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการตั้งงบประมาณในปี ๕๒ ได้ ๓) งานภารกิจพื้นฐานเพื่อรองรับการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด และ๔) ค่าใช้จ่ายตามยุทธศาสตร์ โดยให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของประเทศ ๒ ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเชื่อมั่น และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการที่ดี ควบคู่ไปกับพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๑
ในการนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ฝากว่าในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณขอให้สำนักงบฯ ให้ความสำคัญกับภารกิจของกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากเป็นภารกิจที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติรรม ความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศ การสร้างความสมานฉันท์และความสงบสุขของสังคมไทยด้วย เพื่อให้ภารกิจของกระทรวงยุติธรรมดำเนินการได้ตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
“สมพงษ์”แนะพี่น้องตราชั่ง ประสานพลัง
วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม 2008
“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” มอบโล่แก่ข้าราชการและสำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๐ ในวันครบรอบการสถาปนากระทรวงยุติธรรม ๑๑๖ ปี ระบุทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกันสวมวิญญาณนักยุติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่แก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นและสำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๐ เนื่องในวันครบรอบการสถาปนากระทรวงยุติธรรม ๑๑๖ ปี ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๓ (ออดิทอเรียม) อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งในปีนี้มีข้าราชการพลเรือนและลูกจ้างประจำในสังกัดกระทรวงยุติธรรมได้รับการคัดเลือก จำนวน ๒๓ ราย และที่พิเศษไปกว่านั้น คือ การมอบโล่เกียรติคุณแก่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นในปี ๒๕๔๙-๒๕๕๐ เป็นครั้งแรก โดยมีรายชื่อของสำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่ได้รับมอบโล่รางวัล ดังนี้
- รางวัลชนะเลิศหน่วยงานยุติธรรมดีเด่น ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชร- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๓ ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดมหาสารคาม- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๔ ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิ
- รางวัลชมเชยการปฏิบัติงานดี ๑๕ รางวัล ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม สระแก้ว อ่างทอง สุโขทัย นครปฐม ตรัง อุทัยธานี นครพนม สมุทรปราการ ปราจีนบุรี พัทลุง ราชบุรี ศรีสะเกษ กาญจนบุรี และชัยนาทโอกาสนี้ นายสมพงษ์ ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีใจความสำคัญสรุปได้ว่า ขอให้ทุกคนมีความร่วมมือร่วมใจและประสานพลังกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทุกหมู่เหล่า ด้วยการบริหารงานในมุมมองแบบองค์รวม และมุ่งเน้นอนาคตเป็นสำคัญ อันจะนำไปสู่การเป็นองค์กรที่ทรงประสิทธิภาพในการประสานงาน และพัฒนาระบบงานยุติธรรมตามหลักนิติธรรม ด้วยจิตวิญญาณของนักยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและเข้าถึงความยุติธรรม
“ สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลดีเด่นทุกท่านในวันนี้ ขอให้เชื่อมั่นและศรัทธาในคุณงามความดีที่ได้กระทำมา และจงภาคภูมิใจกับรางวัลที่ท่านได้รับนี้ ตลอดจนขอให้ท่านได้เป็นแบบอย่างอันดีแก่เพื่อนข้าราชการและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ของกระทรวงยุติธรรมต่อไป ” รมว.ยุติธรรม กล่าว
รมว.ยุติธรรม ลุยแก้ไขปัญหาเด็กแว้น
วันพุธที่ 26 มีนาคม 2008
กระทรวงยุติธรรม จัดพิธีทำบุญครบรอบวันสถาปนา ๑๑๖ ปี
วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2008
ข้าราชการพลเรือนดีเด่นกระทรวงยุติธรรม ประจำปี ๒๕๕๐
วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2008
รมว.ยุติธรรม ประชุมตัวชี้วัดสำนักงานอัยการสูงสุด พอใจข้อตกลงตัวชี้วัด
วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2008
รมว.สมพงษ์ เยี่ยมแดนคุก
วันพุธที่ 12 มีนาคม 2008
“สมพงษ์” เรียก ผบ.เรือนจำทั่วประเทศรับนโยบาย พร้อมตรวจเยี่ยมเรือนจำกลางบางขวาง ติงความใกล้ชิดของผู้คุมกับผู้ต้องขังอาจเป็นสายป่านการทุจริต ย้ำ ผบ.เรือนจำต้องสอดส่องดูแล
ปลัด ยธ. ดึง ๓ พันธมิตรดูแลสุขภาวะเด็กและเยาวชนฯ
วันพุธที่ 12 มีนาคม 2008
“จรัญ ภักดีธนากุล” ปลัดกระทรวงยุติธรรม นำกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ร่วมลงนาม ดูแลสุขภาวะเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เพื่อชุบชีวิตใหม่ หลังคืนสู่สังคม
เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือการดูแลสุขภาวะเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนแบบองค์รวม โดยมีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมพิธีลงนามในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๘ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สืบเนื่องจากในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการสนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองสุขภาพและสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว ภายใต้มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ได้ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ศึกษาและสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาการดูแลสุขภาวะเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม และพบว่าสภาพสังคมในปัจจุบันมีปัจจัยต่างๆ ที่ผลักดันให้เด็กและเยาวชนละเมิดต่อกฎหมาย กรมพินิจฯ ในฐานะที่มีหน้าที่บำบัด ฟื้นฟู ดูแลและคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้กลับคืนเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าต่อสังคม ได้ตระหนักถึงภารกิจที่สำคัญดังกล่าว จึงได้นำกรอบแนวคิดรูปแบบศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ไปประยุกต์ใช้กับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 - 9 โดยยึดแนวคิดให้เด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลาง และให้ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนทำงานแบบมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนเปิดโอกาสให้ทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนในลักษณะแลกเปลี่ยนความรู้ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การพัฒนาความคิดและทักษะชีวิต เน้นการเปลี่ยนแปลงตนเองจากภายในเพื่อฟื้นฟูดูแลเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดให้เคารพคุณค่าของตัวเองและสามารถดำรงชีวิตได้ปกติสุขต่อไป
ดังนั้น เพื่อให้วัตถุประสงค์หลักของโครงการดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลอย่างแท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจัดให้มีพิธีลงนามในครั้งนี้ขึ้น เพื่อร่วมกันดำเนินการตามภารกิจดังกล่าวให้เด็กและเยาวชนที่หลงผิดสามารถกลับมายืนและกลับมาดำรงชีวิตในสังคมอย่างปกติสุขได้อีกครั้ง
