นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามที่ ขบ. ได้ทำความตกลง ว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว)และความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างสองประเทศให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น ปัจจุบัน ขบ. ได้ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้โดยสาร (รถโดยสารไม่ประจำทางและส่วนบุคคล) จำนวนผู้ประกอบการ ๒๘๕ ราย จำนวนรถ ๖๗๗ คัน มีเส้นทางการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศไทย - สปป. ลาว จำนวน ๑๐ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางหนองคาย - นครหลวงเวียงจันทร์ เส้นทางอุดรธานี - นครหลวงเวียงจันทร์ เส้นทางอุบลราชธานี - ปากเซ เส้นทางมุกดาหาร - สะวันนะเขต เส้นทางขอนแก่น - นครหลวงเวียงจันทร์ เส้นทางกรุงเทพฯ - นครหลวงเวียงจันทร์ เส้นทางนครพนม - ท่าแขก เส้นทางเชียงใหม่ - เชียงราย - บ่อแก้ว - หลวงน้ำทา - อุดมไชย - หลวงพระบาง เส้นทางอุดรธานี - หนองคาย - วังเวียง และเส้นทางกรุงเทพฯ - อุบลราชธานี - ปากเซ นอกจากนี้อยู่ระหว่างสำรวจเส้นทางการเดินรถโดยสารเพิ่มเติมระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทยและกระทรวงคมนาคม สปป. ลาว ได้แก่ เส้นทางเชียงของ - บ่อแก้ว ฯลฯ และรอลงนามความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารข้ามแดน เส้นทางเดินรถไทย - ลาว – จีน ณ จุดผ่านแดนเชียงของ - ห้วยทราย และบ่อเต็น – โมฮาน
นอกจากนี้ ขบ. ได้ทำความตกลงระหว่างไทย - ลาว - เวียดนาม และไทย - กัมพูชา - เวียดนาม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สิทธิซึ่งกันและกันในการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศและไม่มีการจำกัดจำนวนรถที่ใช้ในการขนส่ง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่สนใจประกอบกิจการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน จะต้องศึกษากฎ ระเบียบต่าง ๆ และเรียนรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนของประเทศอาเซียน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ AEC และพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง ผู้ประกอบการขนส่งที่สนใจสอบถามข้อมูลการเดินรถโดยสารในกลุ่มอาเซียนได้ ที่กลุ่มกิจการขนส่งระหว่างประเทศ ๐ ๒๒๗๑ ๘๔๐๗ หรือกลุ่มพัฒนาและส่งเสริมการขนส่งผู้โดยสาร สำนักการขนส่งผู้โดยสาร ๐ ๒๒๗๑ ๘๕๐๓
“สะดวกปลอดภัย คมนาคมยุคใหม่ ใส่ใจคนพิการ”
