นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขบ. ได้ออกกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของรถโรงเรียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ทั้งการออกกฎกระทรวงว่าด้วยรถโรงเรียน ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก โดยได้กำหนดให้รถโรงเรียนต้องติดแผ่นป้ายพื้นสีส้มสะท้อนแสง มีข้อความ “รถโรงเรียน” เป็นตัวอักษรสีดำ ติดอยู่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถให้เห็นชัดเจน สีของตัวรถต้องมีสีเหลืองคาดดำ พร้อมมีอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนด ต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องดับเพลิง ค้อนทุบกระจก เหล็กชะแลง และที่สำคัญผู้ขับรถโรงเรียนต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี รวมทั้งต้องมีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่ใช้รับส่งนักเรียน เพื่อความปลอดภัยและลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของเด็กนักเรียน
สำหรับกฎกระทรวงว่าด้วยรถรับส่งนักเรียน ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ได้มีการอนุญาตให้นำรถที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน ๗ คน มาใช้เป็นรถรับส่งนักเรียนแต่ต้องได้มาตรฐานตามที่ ขบ. กำหนด โดยจะอนุญาตเป็นครั้งคราว คือ ครั้งละ ๑ ภาคการศึกษา แต่ปรากฏว่ามีเจ้าของรถรับส่งนักเรียนบางส่วนฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ดังกล่าว ดังนั้น ขบ. จึงมีแนวคิดในการจัดระเบียบรถรับส่งนักเรียนให้เป็นมาตรฐานและเข้าสู่ระบบ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มาตรฐานความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน พร้อมกำหนดทิศทางที่เหมาะสมด้านการบริหารจัดการการให้บริการ การควบคุมกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายที่สามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อนนำเสนอคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและนำเสนอในระดับนโยบาย เบื้องต้น ขบ. ได้ขอความร่วมมือให้โรงเรียนออกหนังสือรับรองให้กับผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถรับส่งนักเรียน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขออนุญาต พร้อมทั้งขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมรถรับส่งนักเรียนที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดออกตรวจสอบและควบคุมรถรับส่งนักเรียน
อย่างไรก็ตาม ขบ. ต้องใช้เวลาศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการรถโรงเรียน โดยหากอนาคตสามารถดำเนินการจดทะเบียนผู้ประกอบการได้สำเร็จอาจจะมีการนำระบบควบคุมความเร็วผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ หรืออาร์เอฟไอดี มาบังคับใช้กับผู้ประกอบการรถโรงเรียนด้วย เพื่อป้องกันการขับขี่รถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยป้องกัน ลดอุบัติเหตุ และความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อีกทางหนึ่ง
“สะดวกปลอดภัย คมนาคมยุคใหม่ ใส่ใจคนพิการ”
