www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
พม. เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมจัดตั้งกลไกเฉพาะรองรับการดำเนินงานตามพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่อง กระบวนการติดต่อร้องเรียน พร้อมประชาสัมพันธ์เผยแพร่การเข้าเป็นภาคีและหลักการของพิธีสารเลือกรับฯ รองรับการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้พิธีสารดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ภายหลังเริ่มมีผลบังคับใช้กับรัฐภาคี

ายสันติ  พร้อมพัฒน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๕ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ ว่า  หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ อนุมัติให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่อง กระบวนการติดต่อร้องเรียน (Optional Protocol to the Convention on the Rights of the Child on a communications procedure) โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนาม และยื่นสัตยาบันสารพิธีสารเลือกรับฯ ต่อสหประชาชาติ ในช่วงการจัดงานสนธิสัญญา (Treaty Event) ประจำปี ๒๕๕๕  พร้อมมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศจัดทำสัตยาบันสาร และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดตั้งกลไกเฉพาะรองรับการดำเนินงานตามพิธีสารเลือกรับฯ นั้น ขณะนี้มีความคืบหน้ามากโดยในส่วนของการลงนาม และยื่นสัตยาบันสารพิธีสารเลือกรับ นั้น  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามและยื่นสัตยาบันสารพิธีสารเลือกรับฯ เรื่อง กระบวนการติดต่อร้องเรียน ต่อนาง Patricia O’Brien รองเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการกฎหมาย ในงานสนธิสัญญาระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ ๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ ที่นครนิวยอร์ก มีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานพิธีดังกล่าว ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับฉบับดังกล่าว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้กับรัฐภาคี เนื่องจากมาตรา ๑๙ (๑) พิธีสารเลือกรับฯ กำหนดให้มีผลบังคับใช้กับรัฐภาคีภายหลังจากที่มีประเทศ จำนวน ๑๐ ประเทศ ให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติพิธีสารเลือกรับฯ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๕) มีรัฐภาคี จำนวน ๒ ประเทศ คือ ไทย และกาบอง

นายสันติ  พร้อมพัฒน์ กล่าวต่อว่า  ในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะนี้ ได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อจัดตั้งกลไกเฉพาะเพื่อรองรับการดำเนินงานตามพิธีสารเลือกรับฯ โดยจะมีผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม มีกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยรับข้อร้องเรียนจากคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติเพื่อส่งต่อให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการ ประสานงาน เพื่อให้กลไกดังกล่าวพิจารณาข้อร้องเรียน จัดทำข้อมูลคำชี้แจง และพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ รวมทั้งพิจารณาเยียวยาตามที่เห็นสมควรต่อไป รวมทั้งจัดเตรียมประชาสัมพันธ์เผยแพร่การเข้าเป็นภาคีและหลักการของพิธีสารเลือกรับฯ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้พิธีสารดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อพิธีสารเลือกรับฯ เริ่มมีผลบังคับใช้กับรัฐภาคี