www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงการคลัง

นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้กล่าวเปิดการสัมมนาวิชาการภายใต้โครงการขยายบทบาท สศค. สู่ภูมิภาค ณ จังหวัดพิษณุโลก ในวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2550 ณ ห้องวังธารา โรงแรมอมรินทร์ ลากูน จังหวัดพิษณุโลก และได้บรรยายเรื่อง  “การพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ: กรณีศึกษาจังหวัดพิษณุโลก” ดังนี้

ในไตรมาสแรกของปี 2550 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 4.3 เท่ากับไตรมาสที่ 4 ของปีก่อน เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการเกษตร ภาคการบริการบางสาขา และภาคการส่งออก อย่างไรก็ดี            การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนมีการชะลอตัวและหดตัวลงมาก ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น โจทย์ในระดับมหภาค (Macro) ของรัฐบาลคือการใช้นโยบายการคลังและการเงินเพื่อการฟื้นตัวของ          การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน ควบคู่ไปกับการรักษาเป้าหมายการส่งออก

นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น ฉบับที่ 3
1. The Bank of Japan (BOJ), acting as the agent for the Minister of Finance of Japan, and the Bank of Thailand (BOT) agreed to reach the third bilateral swap arrangement (BSA) under the Chiang Mai Initiative (CMI) of the ASEAN+3 Finance Ministers’ Process.  This will enable both countries to swap their local currencies (i.e., either Thai baht or Japanese yen) against US dollars.  Under the arrangement, Thailand can swap up to US$6 billion while Japan can swap up to US$3 billion in the event that an immediate need arises that would require short-term liquidity support.
กระทรวงการคลังโดยนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ   เปิดเผยผลการวิเคราะห์เครดิตของประเทศไทยโดย Standard & Poor’s เมื่อวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2550 เวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย  โดย S&P’s ได้ยืนยันระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ (Long-term/Short-term Foreign Currency Rating) ที่ระดับ BBB+/A-2 และระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท (Long – term/Short-term Local Currency Rating) ที่ระดับ A/A-1
นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด สรุปได้ว่า ในเดือนมิถุนายน 2550 แม้ว่าการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจะเร่งตัวขึ้นมาก แต่รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังเพิ่มขึ้นจากภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2549 ส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุล 54,411 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม 2549 – มิถุนายน 2550) รัฐบาลขาดดุลเงินสดทั้งสิ้น 189,702 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชดเชยการขาดดุลโดยการใช้เงินคงคลัง 46,042 ล้านบาท การออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 97,115 ล้านบาท และการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 46,545 ล้านบาท ทั้งนี้ การขาดดุลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนโยบายการคลังในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับที่เหมาะสม
ตามที่กระทรวงการคลังได้แจ้งกำหนดการออกพันธบัตรออมทรัพย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ครั้งที่ 10 รุ่นอายุ 3 ปี วงเงิน 500 ล้านบาท โดยจะจำหน่ายระหว่างวันที่ 16– 25 กรกฎาคม 2550 ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา นั้น
หน้า 425 จาก 425