www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
คำกล่าวสุนทรพจน์

คำกล่าว ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานเปิดนิทรรศการ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน” ณ ศูนย์การประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2555 เวลา 09.00 น.

เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี

ท่านรัฐมนตรี

แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่รักทุกท่านค่ะ

วันนี้ดิฉันขอถือโอกาสในนามของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ  ยินดีต้อนรับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน  รวมถึงสื่อมวลชนในการเข้าชมนิทรรศการ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน” ของรัฐบาลในวันนี้  ซึ่งการจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะให้บรรยายถึงเรื่องแผนการบริหารจัดการน้ำ และการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลต่อภัยธรรมชาติในปีนี้

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา  ท่านสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติคงทราบว่าวิกฤตทางด้านของมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมานั้น  ด้วยความที่เราร่วมมือร่วมใจกันจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนในการที่ร่วมพลังกัน  ก็ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมาได้  ซึ่งรัฐบาลได้นำเอาประสบการณ์จากปีที่ผ่านมา  ในการที่จะมาปรับปรุงแก้ไขและเตรียมความพร้อมในการที่จะรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น  ทั้งระยะสั้นก็คือภายในปีนี้ และการเตรียมแผนในระยะยาว  ซึ่งเราได้คำนึงถึงเรื่องของสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป  เพื่อที่จะมามุ่งมั่นในการที่จะพัฒนาปรับปรุงระบบป้องกันการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและมีเอกภาพ

รัฐบาลได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการเป็นหลัก  ยึดหลักในการทำงาน ที่สำคัญคือการที่เราจะทำอย่างไรให้เข้าใจธรรมชาติของน้ำ  ที่บอกว่าน้ำต้องมีที่อยู่ที่ไป น้ำต้องมีที่อยู่หมายความว่าน้ำนั้นจะต้องมีที่ที่พักชะลอ  ให้เกิดความสมดุล  แล้วน้ำต้องมีที่ไป นั่นคือทำอย่างไรให้น้ำนั้นมีทางออกและระบาย  ที่สำคัญประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง  และดูแลในเรื่องของความเป็นธรรมและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วย  ซึ่งในแผนการจัดการน้ำของรัฐบาลนั้นได้แบ่งเป็น 4 ส่วนดังนี้ค่ะ

ส่วนแรก คือการป้องกันอย่างที่เราเรียกกันว่า Protection ส่วนที่สอง คือการเตรียมพร้อม Preparation ส่วนที่สาม การรับมือคือ Response ส่วนที่สี่คือการฟื้นฟู หรือ Recovery ขออนุญาตกล่าวเป็นลำดับดังนี้  ทางด้านของการป้องกัน เราจะแบ่งการป้องกันตามพื้นที่ของต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในการป้องกันของพื้นที่ต้นน้ำนั้น เราจะเน้นในการทำอย่างไรให้ชะลอการไหลของน้ำ โดยการปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ และปลูกหญ้าแฝก สำหรับพื้นที่กลางน้ำนั้นก็เป็นพื้นที่ที่เราต้องบริหารปริมาณน้ำในเขื่อนให้เหมาะสม รวมถึงการคำนึงถึงภัยแล้งด้วยเช่นกัน  ซึ่งขณะนี้เราได้รักษาระดับน้ำในเขื่อนไว้อยู่ที่เฉลี่ยประมาณร้อยละ 50 เพื่อที่จะจัดเตรียมในการที่จะรองรับน้ำไว้ในเขื่อนได้  และรวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่รับน้ำนองจำนวน 2.1 ล้านไร่  และมีการปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำ  และตามเขื่อนต่าง ๆ ที่สำคัญด้วยเช่นกันค่ะ  ส่วนพื้นที่ปลายน้ำ  จะเน้นในเรื่องของการขุดลอกคูคลอง เพื่อให้น้ำนั้นไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด  ทั้งทางฝั่งของตะวันออก  ตะวันตก และแนวดินด้วย  นอกจากนี้จะมีการเสริมถนน เพิ่มแนวคันกั้นน้ำจากปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 1 ชั้น  ก็จะเพิ่มเป็น 3 ชั้น  เพื่อที่จะปกป้องในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจของไทย  รวมถึงนิคมตามพื้นที่สำคัญค่ะ  แต่แน่นอนค่ะ  ก็ไม่ลืมที่จะเพิ่มในเรื่องของระบบการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่เราเกิดเหตุน้ำนองในปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

สำหรับส่วนที่สองคือการเตรียมพร้อม Preparation ก็ได้มีการบูรณาการในการสร้างระบบคลังข้อมูลแห่งชาติใหม่  โดยการบูรณาการข้อมูลจาก 17 หน่วยงานเข้ามาอยู่ ณ ศูนย์เดียวกัน  โดยมีการประเมินและวิเคราะห์ทั้งหมด  เรียกว่าเป็นระบบสั่งการเดียว คือ Single Command ที่จะใช้ในการวิเคราะห์  รวมถึงการทำแบบจำลอง การสั่งการ การจัดการ และการเตือนภัยทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤต  ซึ่งจะมีขั้นตอนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในแต่ละลำดับ  รวมถึงผู้ที่รับผิดชอบให้ชัดเจนลงไปยังพื้นที่ชุมชนทุกที่

สำหรับประการที่สามคือการรับมือ Response นั้นก็ได้มีการเตรียมพร้อมในการรับมือของการเกิดอุทกภัยในทุกระดับของความรุนแรง  ว่าจะต้องมีการยกระดับการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ ผู้บริหารที่จะต้องเข้ามาดูแลในการรับผิดชอบ  และในการบูรณาการอุปกรณ์ต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมาด้วย เช่น ของจากหน่วยงานต่าง ๆ  อุปกรณ์ เครื่องมือ เพื่อที่จะพร้อมในการเผชิญเหตุและแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที

สุดท้ายคือการฟื้นฟูเยียวยา Recovery รัฐบาลได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และสิทธิการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกกรณี  ทั้งทางด้านของตัวผู้ประสบภัยเอง ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านแพทย์ และการสาธารณสุข รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำนอง หรือเส้นทางที่น้ำผ่านเป็นต้นค่ะ

สำหรับในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ  ในวงเงินกู้ 350,000 ล้านบาท  เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน  เราได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในการร่วมทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศขึ้นเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเชิญชวนผู้ที่สนใจยื่นคุณสมบัติ  เพื่อที่จะร่วมกันในการจัดทำแนวคิด Conceptual Plan นี้  ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศค่ะ  แล้วต่อจากนั้นจะมีการคัดเลือกเพื่อจัดทำในขั้นตอนของรายละเอียด  และเข้าสู่กระบวนการทั้งเรื่องที่มีความเป็นธรรม  โปร่งใส และที่สำคัญจะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ  โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญค่ะ

เรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะว่าการจัดงานครั้งนี้รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  ข้อมูลที่เรานำมาให้กับสาธารณชนนี้  ทุกท่านจะได้รับทราบในข้อเท็จจริง  และเข้าใจถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของรัฐบาล  ในการวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำ  รวมถึงการแก้ไขปัญหาอุทกภัย  รวมถึงการที่จะได้เพิ่มความรู้ความเข้าใจร่วมกันกับภาคประชาชนและผู้ที่สนใจทั้งในและต่างประเทศค่ะ  ขณะนี้เราได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะร่วมกันในการนำเสนอและอธิบายตามแผนภาพต่าง ๆ ในนิทรรศการ  ให้เกิดความเข้าใจที่ครบถ้วนทุกประเด็น

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ  ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันในการปรับปรุงข้อมูลต่าง ๆ การปรับปรุงพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน  ซึ่งเดี๋ยวท่านจะได้เห็นในลำดับต่อไปนั้น  ก็เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกคน  ในการนำประสบการณ์ที่ผ่านมา  มาเป็นแผนในการปฏิบัติงานเพื่อที่จะรองรับกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในปีนี้  และสุดท้ายขออนุญาตขอบคุณทางเจ้าของสถานที่  ทางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในการที่เอื้อเฟื้อสถานที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกันค่ะ  และขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านและสื่อมวลชนที่ได้ให้ความสนใจติดตามการทำงานของรัฐบาล  ยืนยันค่ะทุกภาคส่วนมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกัน  วันนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะได้เชิญทุกท่านเข้าชมนิทรรศการ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน” ค่ะ ขอบคุณค่ะ

-------------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิมลมาส  รัตนมณี / ถอดเทป